posted on 24 Oct 2009 23:07 by juzztrade in iPhone
อยากได้ iPhone 2G 3G หรือ 3GS หรือจะเอา 16GB หรือ 8GB ดีนะ?
มีหลายคน อาจจะยังสงสัย และเลือกไม่ถูกว่า จะเอา iPhone รุ่นอะไรดี ที่น่าจะเหมาะกับเราที่สุด
ทดลองทำแบบสอบถามเพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจ ในการหาซื้อ iPhone ที่ใช่ ให้คุณครับ เพื่อจะได้ไม่ต้องผิดหวังในภายหลัง ลองทำ “แบบทดสอบ เลือก ซื้อ iPhone ที่เหมาะกับคุณ” ด้านล่างนี้เลยครับ
—————————————–
1. คุณคิดว่า การออกแบบและวัสดุที่ใช้ สำคัญกว่า ประสิทธิภาพในการทำงาน
ถ้าใช่ >> ไปข้อ 2
ถ้าไม่ใช่ >> ไปข้อ 3
2. คุณเป็นคนรักษาของดีมาก และไม่ค่อยทำมือถือตกบ่อยเท่าใดนัก
ถ้าใช่ >> ไปข้อ 5
ถ้าไม่ใช่ >> ไปข้อ 3
3. ถ้าจะพูดถึงเรื่องความเร็วในการทำงานแล้ว คุณอยากได้อะไรที่มันแรงสุดๆ
ถ้าใช่ >> ไปข้อ 4
ถ้าไม่ใช่ >> ไปข้อ 6
4. คุณชอบเล่นเกม
ถ้าใช่ >> ไปข้อ 6
ถ้าไม่ใช่ >> ไปข้อ 7
5. คุณชอบความเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น และ Classic
ถ้าใช่ >> ไปข้อ 8
ถ้าไม่ใช่ >> ไปข้อ 6
6. คุณใช้มือถือถ่ายวิดีโอ และถ่ายรูปอยู่บ่อยๆ
ถ้าใช่ >> ไปข้อ 9
ถ้าไม่ใช่ >> ไปข้อ 7
7. คุณอยากได้ GPS ติดตัวไว้ตลอดเวลา
ถ้าใช่ >> ไปข้อ 9
ถ้าไม่ใช่ >> ไปข้อ 8
8. คุณชอบสีอลูมิเนียม มากกว่า พลาสติก Glossy สีขาว หรือสีดำ
ถ้าใช่ >> ไปอ่านข้อ C
ถ้าไม่ใช่ >> ไปอ่านข้อ B
9. คุณเป็นพวกอินเทรนด์ ถ้าจะซื้ออะไร ต้องเป็นของที่เพิ่งออกมาใหม่ๆ เท่านั้น
ถ้าใช่ >> ไปอ่านข้อ A
ถ้าไม่ใช่ >> ไปอ่านข้อ B
——

ข้อ A – : iPhone 3GS
หากคุณจะซื้ออะไร จะต้องเป็นมือถือที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุดเท่านั้น คุณยอมจ่ายเงินมากขึ้น เพื่อให้ได้ Feature ที่ครบสมบูรณ์แบบ เช่น เข็มทิศ, ถ่ายรูปแบบ Tap-to-Focus หรือโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ นอกจากนี้ iPhone 3GS เป็น ตัวใหม่ที่ใช้ Processor แรงสุดๆ คุณจึงไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่อง Hang หรือโหลดนานอีกเลย เพราะมันเร็วกว่ารุ่นเดิมถึง 2 เท่า! คุณยังมีเนื้อที่เก็บข้อมูลมากสุดถึง 32GB สำหรับเก็บงาน หนัง เพลง และอื่นๆ อีกมากมาย โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลจะเต็ม iPhone 3G[S] จึงเหมาะกับคุณจริงๆ

ข้อ B – : iPhone 3G
แม้เทคโนโลยี จะก้าวหน้าไป แต่คุณก็เลือกใช้เฉพาะ function ที่คุณจำเป็นต้องใช้เท่านั้น แม้ตัวเครื่อง iPhone จะไม่สามารถถ่ายวิดีโอได้ตั้งแต่แรก แต่ยังมี Application ของ 3rd Party ต่างๆ ไว้ลงเพิ่ม เพื่อให้ iPhone สามารถทำงานตรงนี้ได้ นอกจากนี้ iPhone 3G ยังมี GPS ไว้ดูพิกัดของคุณ และยังช่วยนำทางในเวลาขับรถอีกด้วย เมื่อคุณลงโปรแกรม Tom Tom แล้ว ตัวเครื่อง iPhone ยังมีสีให้คุณเลือกสองสี คือ iPhone 3G สีดำ 8GB และ iPhone 3G สีขาว 16GB แล้วแต่ความชอบของคุณ

ข้อ C – : iPhone 2G Classic
คุณเป็นคนมีรสนิยม คุณจู้จี้ กับเรื่องวัสดุที่ใช้ในการผลิต และการออกแบบที่สวยงาม คุณชอบ Texture ของ Aluminum มากกว่าพลาสติกธรรมดา นั้นเป็นเหตุผลที่คุณเลือกใช้ iPhone 2G Classic แทนที่จะใช้มือถือตลาดทั่วๆ ไป แต่แม้ความแรง และ Processor อาจจะสู้รุ่นใหม่ๆ ได้ไม่ดีนัก แต่ความรู้สึกในการใช้งาน ก็ไม่ได้หน่วงไปมากเท่าไรนัก อยู่ในระดบัที่พอรับได้ นอกจากนี้ iPhone Classic ยังเปรียบเสมือน Limited Edition เพราะจะไม่มีการผลิตอีกแล้ว คุณจึงอยากจับจอง iPhone Classic มาเป็นเจ้าของเสียจริงๆ
ที่มา : Getapple
http://www.juzztrade.com
posted on 24 Oct 2009 21:42 by juzztrade in iPhone
สำหรับคนที่มีงบไม่พอที่จะซื้อเครื่องใหม่(แบบผม) ผมขอรวบรวมจากประสบการณ์ของตัวผมเองก็แล้วกันครับ เพราะหลายคนที่อยากจะลองจะเล่น iPhone ทั้งมือหนึ่งมือสอง แต่สังเกตไม่เป็น เพราะเดี๋ยวนีเครื่องย้อมมีเยอะมากครับ เงินเราก็มีไม่เยอะ มาเจอย้อมแบบนี้ก็คงไม่ดีแน่
ข้อสังเกตก่อนจ่ายเงินให้กับคนขายไป ลองมาสังเกตตามนี้นะครับ
- เครื่อง Refurbish เป็นเครื่องที่กรณีลูกค้าซื้อไปแล้วมีปัญหา แล้วเอามาเครม แอปเปิ้ลก็เอาเครื่องใหม่ให้ทันที แต่จะสังเกตได้ว่าเลขอีมี่จะไม่ตรงกับกล่อง เครื่องแบบนี้ตู้มักจะเอามาขายในราคาที่เหมือนของใหม่ แย่เลยนะเนี้ย
- เช็คเซนเซอร์หมุนจอ จุดนี้ที่พลาดหลายคนแล้วเจอเยอะในเครื่องมือสองด้วยครับ ไปร้านตู้่ 5 เครื่อง เจอเสียซะ 3 คือเซนเซอร์มันเสีย จอจะไม่หมุน
- ระบบโมชั่น วิธีตรวจสอบก็คือเปิด iPod ขึ้นมาครับแล้วลองเปิดเพลงฟังดู ลองเขย่าดูครับ ว่ามันเปลี่ยนเพลงให้รึเปล่า ปกติแล้วแค่เขย่า ซ้ายขวาเบาๆ ไม่กี่ทีมันก็เปลี่ยนให้แล้วครับ
- ปุ่ม HOME ตรงนี้จะเสียได้ง่ายที่สุดครับ ไหนๆเราจะซื้ิอแล้วก็ลองกดๆ ดู ว่ามันยังทำงานได้อย่างที่มันควรจะเป็นรึเปล่า กดแล้วมันกลับไปหน้าแรกรึเปล่า ลองดูครับ
- กรอบแตกมีรอยร้าว ลองสังเกตดูแถวๆ ที่ชาร์ตครับ ว่ามีรอยร้าวรึเปล่า ยิ่งเครื่องที่สีดำนะครับ ยิ่งดูยาก แถมถ้าติดกับรอยแบบ Invisible มายิ่งดูยากเข้าไปอีก
- เช็คปุ่มควบคุมระบบทุกอย่าง เช่นหรี่เสียงปรับเสียง มันควรจะใช้งานได้ตามปกติ อย่าไปเกรงใจครับเพราะเราเป็นคนเอาเงินไปให้เค้า
- เช็คจอว่าระบบ Touch Screen ยังดีอยู่มั้ย ลองจิ้มๆ อยู่ทุกจุดทุกตารางเซ็นติเมตรบนหน้าจอ ลองใช้สองนิ้ว (ทดสอบระบบ Multi-touch) แหก โน่น แหกนี่ ดูว่ามันจะซูมได้เหมือนที่โฆษณารึเปล่า
อันนี้เป็นวิธีสังเกตของผมคร่าวๆ นะครับ ก็ลองนำไปสังเกตดูว่าเพื่อนๆ ไปหาซื้อเครื่องมือสอง จะได้ไม่มานั่งเจ็บช้ำใจ ว่าโดนย้อมแมวมา
ที่มา : pokpitch
http://www.juzztrade.com
posted on 24 Oct 2009 20:58 by juzztrade in iPhone
เป็นวิธีสังเกตแบบฉบับของผมเองนะ ของปลอมจะมีหลายเกรดครับ
เกรด C คือหูฟังสีขาวธรรมดา ทำรูปทรงให้เหมือนกับของแท้ แต่วัสดุกะหลั่วๆ ดูด้วยตาเปล่าก็ดูออกว่าเป็นของปลอม
เกรด B คือทำดีขึ้นมาหน่อย คนทั่วไปอาจดูไม่ออก ถ้าคนที่เคยใช้ไอพอดมาก่อนจะดูออก ยิ่งฟังเสียงก็จะรู้เลยว่าปลอม ดังทะแม่งๆ
เกรด A คือของปลอมที่เหมือนที่สุด วัสดุดีมาก เกือบเท่าของแท้เลย อันนี้คนใช้ไอพอดแท้ๆ ถ้าไม่สังเกตมากๆ ก็ดูไม่ออก หรือขนาดสังเกตบางคนก็ไม่รู้ว่าเป็นของปลอม เสียงถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าฟังดีๆ จะรู้ว่าไม่ไช่ของแท้
บางเว็บจะโพสรูปจุดแตกต่างระหว่างของแท้และของปลอมให้ดูด้วย โดยเอาเกรด C มาเทียบให้ดูกับเกรด A คนซื้อก็เลยนึกว่าเป็นของจริง
ผมแนะนำวิธีดูของแท้ของปลอม มันมีข้อแตกต่างที่พอจะสังเกตได้คือ
ดูตรงคำว่า China ตรงสาย ถ้าของแท้จะสีเทาอ่อนๆ (ดูกลืนๆ กับสีของสายหูฟัง) แต่ถ้าของปลอมจะเป็นสีเทาเข้มจนถึงดำ เห็นโดดเด่นเป็นสง่า ประมาณว่ากลัวชาวบ้านไม่เห็น)
รอยต่อต่างๆ ของแท้จะเนียนกว่ามาก ของปลอมรอยต่อจะชัดเจนกว่า
ตรงยางสีเทา ระหว่างหูฟังกับสาย ของแท้จะดูนิ่มกว่า ลองบีบดูก็ได้ จะบีบง่ายกว่า ส่วนของปลอมจะดูแข็งกว่า บีบลำบาก
ตรงยางรอบหู ของแท้เป็นยางที่หลุดรุ่ยได้ คือใช้ไปนานๆ มันจะลอกหรือเป็นขุยได้ แต่ของปลอมนี่ดูมันแข็งๆ เหมือนพลาสติก เอาเล็บขูดก็ไม่ค่อยลอก ไม่เป็นขุย
หรือถ้าไม่มีสายของแท้ให้เปรียบเีทียบ ให้ลองเอาสายพันนิ้วมือสี่ิให้เป็นวง แล้ววางกับพื้น ของแท้สายจะไม่เด้งหรือดีดเพราะว่าสายมันอ่อนและนิ่มกว่า ส่วนของปลอมมันจะเด้งออกมาเหมือนในรูป
ส่วนคุณภาพเสียงอย่างที่บอกแหละครับ เรียกได้ว่า “เกือบเหมือน” มือใหม่หรือคนที่ไม่ไช่สาวกไอพอดอาจมีสิทธิ์โดนหลอกได้ง่ายๆ
เพราะตอนนี้มีหูฟัง iPod ของปลอมเกรด A มาขายในเน็ตเยอะแยะ (ย้ำว่าเกรด A จริงๆ เพราะเหมือนแทบทุกอย่าง) ถ้าขายสัก 300-400ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าน่าจะเป็นของปลอม (ของแท้แบบไม่มีกล่อง หรือที่เรียกว่าหูฟังอะไหล่ ตามศูนย์จะขายอยู่ประมาณ 400-800 แล้วแต่ประเทศ แต่ถ้ามีกล่องก็ 1000 up)
ที่มา : rachanon
http://www.juzztrade.com